วันเสาร์ที่ผ่านมาสบโอกาสพาแม่ไปไหว้พระที่วัดโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ขับรถจากกทม.ไปประมาณ 1 ชม.กว่า ผมไปทางมอเตอร์เวย์ จะว่าโชคดีก็ใช่ เพราะไปเจอกับพิธีปิดทองลูกนิมิตรสำหรับพระอุโบสถหลังใหม่ แต่ผลที่ตามมาก็คือคนเยอะมากๆๆ
ภาพนี้เป็นพระอุโบสถหลังปัจจุบัน

เห็นว่าวันพุธที่ 30 สิงหาคมนี้ สมเด็จพระเทพฯ จะทรงเสด็จมาด้วยนะครับ
ภาพต่อไปนี้คือพระอุโบสถหลังใหม่ สวยมากเลยนะ

พอไหว้พระเสร็จก็มีตลาดให้ซื้อของฝากกลับบ้านกัน มีทั้งขนมจาก กล้วยทอด เผือกทอด มันทอด สารพัดจะทอดได้ แล้วก็ยังมีกาละแมของดังประจำเมืองฉะเชิงเทราด้วย
ขากลับก็เลยพาคุณแม่ไปนั่งกินอากาศและทานอาหารริมน้ำที่ร้าน มธุรส – เรือนแพ ริมแม่น้ำบางปะกง พอดีว่าเพื่อนบอกว่าบรรยากาศดีใช้ได้

ทานเสร็จก็มุ่งหน้ากลับบ้าน มาทางมีนบุรีเลย ก็หมดไปอีกหนึ่งอาทิตย์ วันเวลาผ่านไปไวเหลือเกิน ขอให้แม่ดีขึ้นๆด้วยเถิด ตอนนี้ผมแม่เริ่มออกอาการร่วงมากขึ้นแล้ว คงต้องเริ่มหาซื้อวิกเผื่อไว้ดีกว่า
อาทิตย์นี้ได้เจอกับเหตุการณ์ในการทำงานที่เรียกว่า
“เอ็งเหนื่อยไป ข้าเอาหน้าเอง” กับ “ทีเอ็งข้าช่วยให้ ทีข้าเอ็งว่าลืมหมดแล้ว”
เจอเหตุการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจว่าคนเราเค้าเป็นได้ขนาดนี้จริงๆเลย
เอาเป็นว่าผ่านไปอีกอาทิตย์ แต่ได้เรียนรู้คนเพิ่มขึ้นอีกมากเลย
ปิดท้ายวันทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ด้วยการพาแฟนไปทดลองนวดแถวบ้าน 2 ชม. 200 บาท ก็โอเคเลยนะ บรรยากาศดี เพลงสบายๆ แอร์เย็นกำลังสบาย นวดละเอียด
ปีหนึ่งมี 365 วัน แต่คงจะน้อยไปละมั้งถ้าจะรักแม่ และทำดีกับแม่แค่วันแม่วันเดียว
ช่วงนี้แม่รักษาตัวที่บ้านคุณลุง เลยไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน พอสบโอกาสหยุดยาวเลยพาแม่หนีไปเที่ยวต่างจังหวัดสูดอากาศให้ฉ่ำปอด ทีแรกวันศุกร์ป่วยไข้ขึ้นนึกว่าต้องเปลี่ยนแผนเสียแล้ว แต่แล้ววันเสาร์ดีขึ้น วันอาทิตย์เลยมุ่งหน้าไปบ้านพักริมน้ำ จ.สมุทรสงคราม ของอาจารย์ที่เคยสอนว่ายน้ำผมตั้งแต่เด็ก (เห็นแม่พูดถึงมานานแล้ว ก็เลยได้โอกาสพาท่านไปเลย) ระหว่างทางก็ให้แม่ได้ทานในสิ่งที่อยากทาน นอกจากที่ทานปลาและเต้าหู้อยู่ทุกมื้อ ผมก็เข้าใจท่านนะ คนเราที่ถูกคุมอาหารนานๆ พอเห็นขนมก็อยากทานไปหมดเลย ก็เลยไม่ห้ามท่านมากนัก ก็เอาว่าให้ท่านได้ทานอาหารใจละกัน
เป็นครั้งแรกๆที่ขับรถตะลอนไปแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ก็โทรถามทางเข้ากันพอควร เพราะบ้านพักริมน้ำนี้อยู่เกือบกลางดงสวนผลไม้ เป็นพวก home stay

ในที่สุดก็ถึงละ หายเหนื่อยเลยได้รับลมเย็น ได้ดูน้ำคลอง ได้ทานผลไม้อร่อยๆ ตกกลางคืน อาจารย์ก็เป็นธุระหาเรือพาไปดูตลาดน้ำอัมพวา (น่าเสียดายที่คนเยอะมากจนไม่ได้ดูอะไรเลย ไว้คราวหน้าหาโอกาสไปใหม่ดีกว่า) ต่อจากนั้นก็ลงเรือไปดูหิ่งห้อย เพิ่งเคยเห็นหิ่งห้อยที่เค้าว่ากันก็ครั้งนี้แหละ เวลามันเกาะที่ต้นไม้เยอะๆแล้วจะเหมือนกับไฟดวงเล็กๆกระพริบไปมาเลย เสียดายที่ถ่ายรูปมาไม่ได้เพราะมืดมาก และถ้าเรายิงแฟลชไป เจ้าหิ่งห้อยก็จะดับแสงทันที แต่ยังดีที่ได้ลองสัมผัสมัน
ก็ถือเป็นบรรยากาศช่วงหยุดหลายวันที่ผ่านมานะครับ
“Breeze – You can feel it but you can’t see it” from Love Aholic (โคตรรักเอ็งเลย)
“Love – You can feel it and you can share it” from NuT (เลียนแบบจากประโยคข้างบน)
Filed under: IT
เนื่องจากช่วงหลังมีปัญหากับการ post ที่ nuttapol.blogspot.com ก็เลยย้ายกลับมาที่นี่ซึ่งเคยใช้อยู่สองสามครั้งสมัยหัดเล่น blog ใหม่ แม้ว่าที่นี่อาจจะแก้ไขอะไรไม่ได้มากเท่าที่เก่า (คือจะแก้ก็ทำได้นะ แต่ต้องเสียเงินเพิ่ม) แต่ก็ไม่ค่อยมีปัญหาในการเข้าถึงจากที่ออฟฟิศผม ก็เลยตัดสินใจย้ายมา แถมตอนย้ายก็โชคดีมากเลย ที่เค้ามีเครื่องมือให้เรา import blog เก่ามาได้ทั้งหมดเลย เลยได้ข้อมูลจาก blog เก่าติดมาด้วย