Filed under: Lifestyles and Travel

หลังจากพาคุณแม่เที่ยวได้ 4 สัปดาห์ซ้อน ก็เลยขอไปแบบส่วนตัวบ้าง เรื่องของเรื่องคือกลับจากบางแสน แล้วยังรู้สึกอยากได้อากาศสดชื่นๆ จึงเกิดปิ๊งไอเดียขับรถไปใกล้ๆกรุงเทพฯ(อีกแล้ว) แต่คราวนี้ออกไปทางนครนายกฯแทน เพราะไม่เคยไปน้ำตกแถวนั้นอีกเลย นับตั้งแต่อายุได้หลักเดียว ทีนี้ทำไงดีหละ ก็ขับสุ่มไปเรื่อย ตอนนั้นก็ใกล้ค่ำแล้ว สรุปแล้วก็ไปถึงตัวเมืองได้ น้ำมันก็ใกล้หมด ปั๊มก็ปิด แต่ถามทางแล้วได้ความว่าน้ำตกอยู่ไม่ไกลมากนัก เลยขับไปหาที่พักก่อนเลย สรุปแล้วคืนนี้ก็เลยได้ที่พักข้างๆวังตะไคร้ แล้วก็ขับมาทานอาหารใกล้ๆ เสร็จสรรพแล้วก็เข้านอน เพราะค่อนข้างเพลียจากที่ขับรถกลับมาจากบางแสน zzzzzzzzz

ตื่นเช้ามาก็ได้เห็นบรรยากาศภูเขา พร้อมอากาศสบายๆ ขับรถไปนั่งทานไข่กระทะ ต้มเลือดหมู หน้าโรงเรียน มีตลาดเล็กๆขายของสดยามเช้า น่าดูชม เสร็จแล้วก็ขับไปดูเขื่อนเก็บน้ำ ชื่อ “เขื่อนคลองท่าด่าน” ซึ่งเป็นเขื่อนอันเนื่องจากพระราชดำริของในหลวงเรา ถามข้อมูลเขื่อนเบื้องต้นจากชาวบ้าน ได้ความว่า เขื่อนนี้เริ่มสร้างปี 2548 แล้วเสร็จภายในเวลาปีนิดๆ ในหลวงทรงเสด็จมาเปิดเขื่อนเมื่อเดือนมิถุนายน 2549 นี่เอง ผมขับขึ้นไปดูบริเวณสันเขื่อน ก็จะเห็นว่าอาคารหลายหลังใกล้จะเสร็จแล้ว ป้ายบอกชื่อเขื่อนก็กำลังก่อสร้างกันอยู่ ดูสวยดีครับ พอดีขึ้นมาเช้าๆเลยไม่ร้อนมากนัก

พอลงจากเขื่อนก็รีบปรี่ไปเติมน้ำมันทันทีก่อนจะต้องมาเข็นรถ เติมน้ำมันเสร็จวางแผนว่าจะมาเล่นน้ำตก พอดีสาวเจ้าเหลือบไปเห็นป้ายสระบุรี แล้วเกิดอยากไป ผมเลยเบนหัวรถไปทางสระบุรีแทน ระหว่างทางก็ผ่านร้านขายผลิตภัณฑ์จากไร่องุ่นต่างๆ ก็แวะเข้าห้องน้ำ พร้อมซื้อน้ำข้าวโพดและข้าวโพดดิบกลับบ้าน แล้วก็เข้าสู่ถนนธนะรัชต์ที่มุ่งตรงสู่ทางขึ้นเขาใหญ่ บัดนี้ก็เวลาเที่ยงเลยแวะทานก๋วยเตี๊ยวหมูต้มยำร้าน “เพชร” บริเวณใกล้จะถึงทางขึ้นเขาใหญ่ หากย้อนหลังไปหลายปีหน่อย หากยังจำโฆษณากระเบื้องมุงหลังคายี่ห้อ “เพชร” สถานที่ถ่ายทำโฆษณานี้ก็คือบ้านตรงร้านก๋วยเตี๋ยวนั่นเอง ออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วไปไหนดีหละเนี่ย รถก็ไม่พร้อมจะขึ้นเขาใหญ่ แต่เหลือบไปเห็นป้าย “คีรีมายา” กับ “วัดมกุฏคีรีวัน” ก็เลยลุยไปทางนี้ดีกว่า อย่างน้อยก็ได้เข้าวัดวา เนื่องจากไม่รู้เส้นทางก็ดูป้ายอย่างเดียวเลยครับ ในที่สุดก็ถึง “คีรีมายา” ที่แท้ก็คือ Golf Club, SPA and Resort นั่นเอง หรูซะ น่านอนอย่างมาก แต่ราคาห้องต่ำสุดก็ 6,xxx บาท แถมอาหารเช้าและชารอบบ่าย แต่นอนได้ 2 คนนะครับ ห้ามเสริมเตียง ยกเว้นเด็กเล็กเท่านั้น แหม ทำมาให้เหมาะกับการไปจู๋จี๋จริงๆเลยนะเนี่ย แอบถ่ายรูปมานิดนึง (ที่ต้องแอบเพราะเค้าห้ามถ่าย ให้ถ่ายได้แต่บริเวณ Lobby)

เสร็จภารกิจแอบถ่าย แล้วก็มุ่งหน้าค้นหา “วัดมกุฏคีรีวัน” กันต่อไป ขับแบบว่าเรื่อยเปื่อยมากเลย ตามแต่ป้ายอย่างเดียว ถ้าหลงก็คงต้องกินข้าวลิงกันแน่เลย มองเห็นเนินลิบๆมีเจดีย์กำลังก่อสร้างตั้งอยู่ แรกๆก็ไม่คิดว่าจะเป็น”วัด”ที่เรากำลังค้นหา แต่แล้วยิ่งขับยิ่งไปทางนั้น ในที่สุดก็เจอทางเข้าวัดแล้ว ซึ่งทางเข้าวัดนี้ก็อันตรายนิดนึงเพราะอยู่หัวโค้งเลย ไม่รู้ประวัติวัดเลยแม้แต่น้อย ขับมาก็ตรงขึ้นเนินไปดูเจดีย์ที่กำลังก่อสร้างเลยครับ ขึ้นไปมีเจอลาป่าด้วย แสดงว่าเป็นคล้ายๆวัดป่าเลย จากนั้นเดินเข้าไปถ่ายรูปเจดีย์ เจอทีมก่อสร้างพร้อมเจ้าอาวาส ท่านก็เรียกเข้าไปให้ช่วยบรรจุพระลงโอ่งเพื่อจะนำไปไว้บนยอดเจดีย์ ก็ถือว่าโชคดีทีเดียวที่ไปเจอโอกาสเช่นนี้ จากนั้นก็ลงเนินมากะว่าจะเข้าไปไหว้แต่แล้วก็งงกับทางมากเลยครับ ก็เลยขับดูทางไปเรื่อยๆก็จะมีป้ายชื่อวัดพร้อมพระพุทธรูปอยู่ ดูงดงามครับ แล้วก็มีสวนป่าที่บริษัทเอกชนมาปลูกไว้ จากนั้นก็พบกับหอระฆัง, ลานประชุม และยังมีอาคารอื่นๆอีกมากมาย แต่แล้วผมไม่รู้จะถามทางจากใคร ก็เลยหันหัวรถกลับ เพราะดูเวลาก็เย็นแล้ว กลับบ้านเราดีกว่า ก็เป็นอันสิ้นสุดภารกิจหาอากาศสดชื่นครั้งนี้ครับ

ช่วงนี้ยุ่งทั้งงานประจำและงานทางบ้าน ก็เลยว่างเว้นไม่ได้มาปั่น post
ความเดิมจากตอนที่แล้วที่พาคุณแม่ไปอัมพวา อาทิตย์ถัดมาก็เลยพาคุณแม่มากินลมชมทะเลที่บางแสนใกล้ๆกรุงเทพฯนี่เองครับ
ทะเลบางแสนนั้นอาจจะไม่สวยเท่าที่อื่นนะครับ แต่ก็ใกล้กรุงเทพฯ แล้วก็มีอาหารทะเลราคาไม่แพงมาไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว มีให้เลือกทั้งแบบเป็นร้าน หรือว่าจะนั่งทานกันบนเตียงผ้าใบริมหาดนะครับ
เริ่มเช้ามาก็ขับรถไปทางบางนา-ตราด ขึ้นทางด่วนยาวโลดไปสุดลงก็ตรงเกือบถึงชลบุรี แล้วก็ผ่านอ่างศิลา เลยแหลมแท่น แล้วก็ไปจบที่บางแสนครับ รูปข้างบนก็เป็นร้านขายอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆจากทะเล รวมไปถึงขนมยอดฮิตสำหรับริมทะเล นั่นคือ “ขนมจาก” นั่นเอง

แล้วนี่ก็เป็นของฝากจากทะเลยอดนิยม “หอยนางรม” ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะนิยมทานพร้อมกับ “ยอดกระถินสด” ครับ สำหรับท่านที่ชื่นชอบเมนูนี้ ก็ให้ระวังเรื่องไขมันในเส้นเลือดหน่อยละกันนะครับ

เลยอ่างศิลามาก็จะถึง “แหลมแท่น” เทศบาลนั้นได้ทำทางเดินริมหาดพร้อมกับศาลาพักผ่อนสวยเลยทีเดียว ร้านอาหารทะเลที่อยากแนะนำบริเวณแหลมแท่น คือ”ร้านครัวกังวาน” นะครับ ทางร้านก็จะมี package อาหารชุดให้กับคนประมาณ 8-10 คน ราคาประมาณ 1600 – 2000 บาท กับอาหารเกือบ 10 จานเนี่ย ผมถือว่าคุ้มทีเดียวเลย แต่หากไปกันน้อยก็ต้องสั่งตามปกติเพราะว่าไม่มี package สำหรับ 4-5 คนให้นะครับ และภาพสุดท้ายก็คือสัญลักษณ์ตรงทางเข้า”หาดบางแสน”นั่นเอง
นี่ก็เป็นอันสิ้นสุดทริปสั้นๆ ที่ผมพาคุณแม่ไปในครั้งนี้ ตอนนี้ผมคุณแม่ก็เริ่มร่วงเรื่อยๆ มือเท้าก็เริ่มลอกละ
สุดท้ายนี้ขอให้คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองให้คุณแม่มีสุขภาพดีขึ้น และหายเป็นปกติไวๆนะครับ
Filed under: IT
Few days ago, my friend has introduced a blog to me. This blog made by CU students, she creates software to convert 0X number to 08X and vice versa for any smartphone. I have tested with my Sony Ericsson P900 and it works well.

This is a cool and useful software. Thank you na krub. You can see further information at http://www.nuuneoi.com/projects.php?read_id=1

However, please be awared that you may not send sms to some 10 digits number til this November.
Filed under: Lifestyles and Travel
วันนี้นั่งมอเตอร์ไซค์ผ่านสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง แล้วก็ได้เห็นภาพๆหนึ่ง คือ นักศึกษาชายประมาณ 9 ใน 10 คนที่เห็น ปล่อยชายเสื้อกันหมดเลย คงเพราะทรงและรูปแบบของเสื้อผ้าหละมั้ง แล้วนักศึกษาหญิงก็เช่นกัน 9 ใน 10 คน ใส่เสื้อรัดติ้ว แบบว่าสามารถมองเห็นชุดชั้นในจากรอยแยกระหว่างกระดุมเม็ดที่สองและสาม ชวนให้นึกถึงสมัยที่ยังเรียนว่า สมัยนั้นน้อยคนนักที่จะปล่อยชายเสื้อ แล้วสาวๆสมัยนั้นก็ยังไม่รัดติ้วขนาดนี้ ไม่นานคงจะเห็นอะไรเปลี่ยนไปกว่านี้หละมั้ง ประกอบกับวันก่อนได้ดูรายการคล้ายๆคุยข่าวช่วงกลางคืน มีการพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน แนวคิดหนึ่งที่ฟังแล้วก็น่าคิดนะครับ เค้าบอกประมาณนี้นะครับ
“ในสถาบันต่างประเทศนั้น เค้าจะไม่ได้กำหนดรูปแบบการแต่งกาย แต่น่าแปลกที่เวลามีงานหรือเหตุการณ์ที่เป็นทางการ นักศึกษานั้นก็จะพร้อมหน้ากันแต่งตัวถูกกาลเทศะอย่างเหลือเชื่อ ตรงนี้เป็นเพราะว่าบ้านเรากำหนดระเบียบมากไปรึเปล่า เลยทำให้หลายๆคนอยากแหกกฎ”
ก็เป็นประเด็นเล็กๆที่คิดขึ้นมาระหว่างนั่งรถมาเมื่อเช้า
Filed under: Lifestyles and Travel
สืบเนื่องจากโพสต์”วันแม่“เลยมาขยายความกันอีกนิดนึงกับภาพบรรยากาศเพิ่มเติม
บรรยากาศชีวิตริมน้ำมีเรือพายมาขายกับข้าวที่ไม่ค่อยได้เห็นกันนักแล้ว

บ้านพักริมน้ำ พร้อมเรือมารับไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา ตกดึกสักสองทุ่มก็จะพาเราไปดูหิ่งห้อย


ว่างๆก็พายเรือเล่น พายไม่เป็นก็วนไปวนมา หรือไม่ก็อยู่นิ่งๆรอเรือไหลเรื่อยๆ อิอิ


บรรยากาศตลาดน้ำอัมพวา


ก็ชมกันเพลินๆครับ